ในวันที่เรารักกันมากทุกอย่างรอบตัวดูเหมือนจะเป็นไปได้ ราวกับว่าฉันนี่แหละคือตัวเอกในเทพนิยายรักเรื่องนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปอะไรๆก็ไม่เป็นอย่างใจ ถามตัวเองในใจทุกเช้าเย็นว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับตัวเองและรักครั้งนี้กันแน่ หากกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่จนสงสัยว่ารักครั้งนี้จะไปรอดหรือเปล่า ลองมาเช็คกันดูกับ “ระวัง 15 สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่ารักนี้พอเถอะ”

 

1. เรื่องของเขาสำคัญที่สุด

ขณะที่กำลังเลือกเมนู อยู่ในร้านอาหารหรืออะไรสักอย่างที่ต้องใช้ร่วมกัน เขาเอาแต่เลือกของที่เขาชอบเท่านั้น จนลืมไปว่า “เฮ้!! ฉันอยู่ตรงนี้นะ” หรือแม่แต่การไปเที่ยว เขาก็เอาแต่ปักหมุดในที่ที่เขาอยากไปจนเหมือนว่าความคิดของเราเป็นอากาศธาตุไปแล้ว ถ้าคุยกันตรงๆแล้วยังเป็นแบบนี้เหมือนเดิม..ดูเหมือนว่าเขาคงอยากจะอยู่คนเดียวแล้วล่ะ

 

 

2. ในอนาคตไม่มีคำว่าเรา

เมื่อไหร่ที่เราเริ่มพูดเรื่องอนาคตที่มีคำว่าเรา บ้านของเราหรือการแต่งงาน เขาเริ่มดูกระอักกระอ่วน ไม่สบายใจเฉไฉพูดเรื่องอื่น หรือในวันสำคัญต่าง ๆ ไม่มีการเอ่ยปากชวนให้ไปสวัสดีญาติผู้ใหญ่ หรือมีปากเสียงกันทุกครั้งที่พูดถึง เป็นไปได้ว่าเราอาจจะไม่ใช้ตัวจริงของเขาคะ

 

 

3. วางแผนไปเที่ยวโดยไม่มีเรา

อยู่ๆก็มีตั๋วเครื่องบินหรือตัวรถไฟโผล่มาโดยเป็นตั๋วสำหรับหนึ่งที่เท่านั้น “แล้วเราล่ะ”  เราพอจะเข้าใจว่าการไปเที่ยวเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง แต่การที่เขาอยากไปคนเดียวไม่มีเอ่ยปากชวนเราสักนิด แบบนี้เป็นสัญญาณที่ไม่ดีแน่นอน

 

 

4. นานแค่ไหนที่หน้าจอมือถือมาแทนที่เรา

ไม่ว่ากิจกรรมอะไรก็ตามเขาก็เอาแต่จ้องอยู่หน้าจอสมาร์ทโฟน โดยที่เราเองก็มีพฤติกรรมไม่ต่างกัน แม้ว่าเทคโนโลยีอาจจะพัฒนาไปไกลจนเรากลัวตามไม่ทัน แต่ถ้าเป็นแบบนี้กันทั้งคู่ นอกจากจะตามเทคโนโลยีไม่ทันแล้ว รักที่มีก็ไม่ก้าวหน้าด้วยเหมือนกัน โดยทั้งเราและเขาก็ไม่ได้ใส่ใจต่างส่งรูปหรือข้อความหาคนอื่นตลอดเวลา งั้นได้เวลาทิ้งมือถือหรือยัง ถ้าคำตอบคือไม่ ก็ได้เวลาทิ้งความรักแล้วล่ะค่ะ

 

 

5.ไม่สนใจคุยเรื่องสำคัญ

คนรักส่วนใหญ่มักจะแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตให้กันและกันฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ จนไปถึงเรื่องใหญ่ หรือในยามที่เราต้องการปรึกษาใครสักคน เขาหรือเธอจะมาอยู่ตรงนั้นเพื่อสนใจฟังคุณ

แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งที่เราต้องการปรึกษาหรือคุยเรื่องสำคัญ แต่เขากลับไม่อยู่ตรงนั้นหรือเฉยชาใส่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือต่างตนต่างเงียบใส่กันมากขึ้น มาถึงตรงนี้คงมีอะไรที่ขาดหายไปแล้วล่ะ แบบนี้สัญญาณไม่ดีแล้ว

 

 

6. ไม่สนับสนุนกิจกรรมใด ๆ อีกต่อไป

ทุกครั้งที่คุณเสนอไอเดียว่าเดี๋ยวเราไปเที่ยวกันที่นี้หรือดูหนังเรื่องนี้กันเถอะ เขาเริ่มไม่สนใจว่าคุณชอบหรือไม่ชอบอะไร ทั้งยังไม่สนใจว่าในแต่ละวัน เรารู้สึกอย่างไร อยู่ในอารมณ์ไหน ไม่ว่าเราจะมีปัญหาอะไรมาเขากลับชิลทุกสถานการณ์

ซึ่งคุณอาจจะสงสัยว่าแล้วอยู่ด้วยกันทำไม.. ผู้ชายบางคนก็สามารถอยู่ได้ทั้งที่หมดรักแล้ว เพราะความชิน ซึ่งหลายๆ คนก็เป็นแบบนี้ ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นกับคุณ ปักหมุดไว้เลยว่าสิ่งนี้ไม่โอเคกับเราในอนาคตแน่ ๆ

 

 

7. ลืม

คำสั้น ๆ ฟังกี่ครั้งก็เจ็บ ไม่ว่าวันสำคัญ เรื่องสำคัญ อยู่ๆ เขาก็ลืมมันจนหมดสิ้น ลืมแค่ครั้งสองครั้งหรือบางเรื่องเราก็ยังพอเข้าใจ แต่นี่เขากลับลืมมันราวกับว่า ไม่เคยมีเรามาก่อน ถ้าอะไรแบบนี้เกิดขึ้นก็ให้เผื่อใจไว้เลย เขากำลังคิดจะไปเร็ว ๆ นี้แน่ ๆ

 

 

8.เริ่มหมดความสนใจในท่าที่ต่าง ๆของเรา

ไม่ว่าจะทำตัวน่ารักหรือแสนดีแค่ไหน เขาก็ไม่แม้แต่จะสนใจหรือหันมาโอบไหล่เราด้วยซ้ำ แถมทุกครั้งที่อยู่นอกบ้าน พยายามจะปล่อยมือเราหรือแสดงอารมณ์ไม่ดีออกมาเสียดื้อๆ ถ้าคุณกำลังเผชิญเหตุการณ์แบบนี้อยู่ นี่แหละคือสัญญาณรักร้าวที่ไม่มีทางต่อติดอีกแน่ๆ

 

 

9. ชินชากับปัญหา

เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นกลับมีแค่เราเท่านั้นที่เข้ามาแก้ปัญหา ทั้งๆที่มันเป็นปัญหาระหว่างเรา แต่เขากลับมีท่าทีเฉยเมย ไม่ยอมแก้ปัญหา ปล่อยให้มันเกิดขึ้นซ้ำๆจนเราเองนี่แหละที่ท้อ แล้วยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คงถึงเวลาแล้วล่ะที่คุณต้องกลับมาคิดว่า ความรักนี้ถึงจุดอิ่มตัวแล้วหรือยัง
 

 

10. คำโกหก

ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการรู้ว่าเขากำลังโกหก เพราะสิ่งนี้ทำลายความเชื่อมั่น และยากที่จะให้ความไว้ใจกลับคืนมา ทุกครั้งเขาคอยบอกตลอดว่าจะไปไหนกับเพื่อน หรือต้องการทำอะไรหลังเลิกงาน แต่อยู่ๆ ก็โกหกปิดบังบางอย่างไว้ สิ่งนี้เองทำให้เกิดความระแวงระหว่างคู่รัก และตามมาด้วยการมีปากเสียงเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ แล้วแบบนี้รักของเราจะไปกันได้ยังไง

 

 

11. พื้นที่ส่วนตัว

อะไรคือพื้นที่ส่วนตัว? ยังเป็นคำถามสำหรับคู่รักหลายคู่ ในความจริงแล้วทุกคนควรได้รับความเป็นส่วนตัวในทุกความสัมพันธ์ แต่บางครั้งเราอาจจะได้ยินคำนี้จากคู่รักที่เอาไปใช้ในทางที่ผิด เช่น ห้ามดูโทรศัพท์ ห้ามดูอีเมลล์ แชทหรือข้อความ รวมทั้งบิลต่าง ๆ นานา เพราะนั้นคือความเป็นส่วนตัว ถ้าเจอแบบนี้ในชีวิตคู่สัญญาณไม่ดีแน่ๆ เพราะเราอาจจะเป็นแค่รูมเมทแต่ไม่ใช่คนรัก

 

 

12. พฤติกรรมก้าวร้าว

รักล่มแน่ ๆ ถ้าเกิดคุณต้องเจอพฤติกรรมก้าวร้าวของคนรัก ไม่ว่าความรักนั้นจะดีแค่ไหน แต่เมื่อไหร่ที่เขาไม่พอใจเริ่มมีปากเสียง เขาเริ่มโวยวายมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวโดยไร้การแก้ไขหรือปรับปรุงตัวจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา…ถอยเถอะค่ะ รักนี้ไม่รอดแน่ ๆ

 

 

13. พูดจาทำร้ายจิตใจ

ในยามไม่มีปัญหาต่อให้พูดหวานเพียงใดคุณก็ไม่มีทางจำมันได้ แต่หากทุกครั้งที่เริ่มมีปากเสียง ต่างคนก็ต่างหาคำพูดมาทำร้ายจิตใจกัน ประหนึ่งว่า นี่คือ การโต้วาทีและฉันต้องชนะการแข่งขันครั้งนี้จนลามปามไปถึงเพื่อนและครอบครัว ถ้ามาถึงจุดนี้และคุณควรคิดแล้วล่ะ วาควรถอนตัวหรือเปล่าเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเราเอง…กลับมารักตัวเองก่อนไหม?

 

 

14. ทำให้เรารู้ว่าเราผิดแค่ไหน

ความผิดพลาดเป็นอีกอย่างหนึ่งที่มนุษย์อย่างเรา ๆ ทำได้ดีที่สุด เป็นอีกวิธีที่ทำให้เราเรียนรู้และเติบโต แม้แต่ในคู่รักบางทีเราก็เผลอทำเรื่องงี่เง่าลงไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากไม่นำมาเป็นบทเรียนแต่กลับนำมาเป็นปมด้อยของอีกฝ่าย อย่างเช่นทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เขาจะบอกเราเสมอ “ทำผิดอะไรไปบ้างและมันเลวร้ายอย่างไร” “เพราะเราทำแบบนี้ทุกอย่างก็เลยพัง” ไม่เพียงแต่จะทำให้ต่างคนต่างรู้สึกแย่ แต่ยังบั่นทอนความรักลงไปด้วย

 

 

15. ทะเลาะกันได้ทุกเรื่อง

ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ก็เป็นประเด็นให้ทะเลาะกันได้ทุกครั้ง หรือพูดได้ว่าทะเลาะกันทุกครั้งเมื่อพบหน้ากัน ถึงเวลาต้องถามตัวเองและคู่รักได้แล้ว ว่าเราจะเป็นแบบนี้กันต่อไปหรือ เพราะถ้ายังทะเลาะและโยนความผิดกันไปมา ก็ได้เวลากลับมาดูแลตัวเองเสียที ดูท่ารักนี้คงไม่เวิร์ค อีกต่อไปแล้ว

 

 

สัญญาณทั้ง 15 ข้อล้วนเป็นสัญญาณใจที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หากคุณเช็คแล้วไม่ว่าจะเจอน้อยหรือเจอมาก เป็นไปได้ก็อยากให้ลองแก้ปัญหาด้วยการเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกันก่อนน่ะค่ะ เพราะหลายๆคู่ที่มีท่าทีจะเลิกกัน และมีทุกสัญญาณที่ว่ามา แต่สามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ ก็ทำให้รักกันมากกว่าเดิมในที่สุด ขึ้นอยู่กับคนสองคนแล้วล่ะว่ายังอยากอยู่ด้วยกันต่อไปมากแค่ไหน